วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ในเครื่องมือนี้)
คุณกรอก “เงินได้พึงประเมิน” หลังหักค่าใช้จ่ายตามแหล่งรายได้แล้ว (เครื่องมือไม่มีขั้นหักค่าใช้จ่ายแยก — ต้องเตรียมตัวเลขให้พร้อม)
จากนั้นรวมลดหย่อนตามหมวดที่กรอก (ครอบครัว กองทุน/ประกันสังคม/ที่อยู่อาศัย ประกัน กองทุนอื่น) แล้วหักออกจากเงินได้พึงประเมินเพื่อได้เงินได้สุทธิ (ฐานภาษี)
ระบบใช้อัตราภาษีแบบขั้นก้าวหน้าเพื่อประมาณภาษี และสามารถกรอกภาษีหัก ณ ที่จ่ายเพื่อดูภาพต้องชำระเพิ่มหรือคาดว่าจะขอคืนได้
ตัวอย่างการใช้งาน
หากมีเงินได้จากเงินเดือน ให้หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาทก่อน แล้วนำยอดที่ได้มาใส่ในช่องเงินได้พึงประเมิน จากนั้นกรอกลดหย่อนที่มีจริงในปีนั้น
คำถามที่พบบ่อย
- ควรกรอกเงินได้พึงประเมินอะไรในช่องนี้?
- ให้กรอกเงินได้พึงประเมินทั้งปีหลังหักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้แล้ว เช่น ถ้าเป็นเงินเดือน โดยทั่วไปต้องหักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาทก่อน แล้วค่อยนำยอดที่ได้มากรอก
- ควรกรอกรายได้ก่อนหรือหลังหักลดหย่อน?
- ให้กรอกหลังหักค่าใช้จ่าย แต่ก่อนหักค่าลดหย่อนและสิทธิลดหย่อนต่าง ๆ เพราะเครื่องมือนี้จะนำค่าลดหย่อนที่คุณกรอกในแบบฟอร์มไปหักให้อีกขั้นหนึ่ง
- ทำไมเครื่องมือไม่ตรวจเพดานลดหย่อนให้อัตโนมัติ?
- กฎภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีเพดานและเงื่อนไขย่อยหลายแบบ เครื่องมือนี้จึงเปิดให้กรอกยอดที่ใช้สิทธิได้จริงเอง เพื่อความยืดหยุ่น แต่ควรกรอกเฉพาะยอดที่หักได้ตามกฎหมาย
- ต่างจากเครื่องมือคำนวณเงินเดือนสุทธิอย่างไร?
- เครื่องมือเงินเดือนสุทธิเป็นการประมาณแบบเร็วจากเงินเดือนรายเดือนเพียงอย่างเดียว ส่วนเครื่องมือนี้เหมาะกับการดูภาพภาษีทั้งปีแบบละเอียดขึ้น โดยรวมค่าลดหย่อนและภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้
- จำเป็นต้องกรอกภาษีหัก ณ ที่จ่ายไหม?
- ถ้าต้องการดูว่ามีโอกาสต้องชำระเพิ่มหรือคาดว่าจะขอคืนได้ ควรกรอกยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวมทั้งปีจากเงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือรายได้อื่นที่ถูกหักไว้แล้ว