เทียบแผนผ่อน: อย่าดูแค่ค่างวดต่อเดือน
- ยอดจัดไฟแนนซ์ = ราคารถ - ดาวน์ (และหัก trade-in ถ้ามี)
- ดอกเบี้ยต่อปีกำหนด “ต้นทุนการกู้” ต่อปี — แม้ค่างวดเท่ากัน ดอกรวมอาจต่างถ้าระยะต่าง
- จำนวนเดือนเป็นตัวคูณของดอก: ผ่อน 72 เดือน มักได้ค่างวดต่ำกว่า 48 แต่รวมแล้วอาจจ่ายดอกมากกว่า
- สลับโหมดลดต้นลดดอกกับ Flat ในเครื่องหลัก เพื่อเทียบกับโปรที่โฆษณาแบบง่าย
ตัวอย่าง: ดาวน์ 20% ผ่อน 5 ปี
- ราคา 600,000 บาท ดาวน์ 120,000 บาท เหลือกู้ 480,000 บาท
- ดอก 3% ต่อปี 60 งวด — ค่างวดโดยประมาณ 8,500 - 9,000 บาท
- ลองเปลี่ยนเป็น 72 งวดด้วยตัวเลขเดียวกัน: ค่างวดต่อเดือนมักลง แต่ให้ดูว่าดอกรวมคุ้มหรือไม่กับแผนการเงินของคุณ
อะไรที่ทำให้ “ค่างวดถูก” แต่ไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอ
- โปร 0% หรือดอกต่ำมักมาคู่กับเงื่อนไขอื่น เช่น ระยะสั้น หรือรุ่น/สต็อกที่กำหนด
- ค่างวดต่ำจากการยืดระยะ อาจทำให้คุณติดหนี้นานขึ้นและจ่ายดอกรวมมากขึ้น
- รายได้คงที่ vs รายได้ผันผวน — ถ้ารายได้ไม่นิ่ง ควรเผื่อ buffer มากกว่าค่างวดขั้นต่ำ
คำถามที่พบบ่อย
- ควรผ่อน 48 หรือ 72 เดือนดี?
- ไม่มีคำตอบเดียว: 48 เดือนมักจ่ายรวมดอกน้อยกว่าในกรณีเดียวกัน แต่ค่างวดสูงกว่า — เลือกจากความสามารถจ่ายและแผนเก็บเงินฉุกเฉิน
- รายได้ประมาณเท่าไหร่ถึงรองรับค่างวด ~8,500 บาทได้สบายขึ้น?
- นอกจากยอดเงินเดือนแล้ว ต้องดูหนี้อื่นและค่าใช้จ่ายคงที่ — หลายคนมองหารายได้ที่เหลือพอหลังหักภาระทั้งหมด มากกว่าแค่เทียบเปอร์เซ็นต์เดียว