คิดค่างวดรถ 5 แสน จากอะไรบ้าง
- เริ่มจากราคาขายจริงของรถ (รวมหรือไม่รวมอุปกรณ์เสริมขึ้นกับดีล)
- หักเงินดาวน์หรือมูลค่ารถเก่าเทิร์น (ถ้ามี) เพื่อได้ยอดที่ต้องจัดไฟแนนซ์
- ใส่อัตราดอกเบี้ยต่อปีตามที่ไฟแนนซ์หรือธนาคารเสนอ — แต่ละที่ไม่เท่ากัน
- เลือกระยะผ่อนเป็นจำนวนเดือน แล้วดูว่าค่างวดต่อเดือนอยู่ในกรอบที่รับได้หรือไม่
- เครื่องมือนี้คำนวณแบบลดต้นลดดอกเพื่อให้ใกล้เคียงสัญญาจริงมากกว่าแบบ Flat ในป้ายโปรโมชั่นบางที่
สมมติฐานตัวอย่าง (ไม่ใช่ใบเสนอราคา)
- ราคารถ 500,000 บาท ดาวน์ 20% = 100,000 บาท เหลือจัด 400,000 บาท
- ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ผ่อน 60 งวด
- ช่วงค่างวดโดยประมาณ 7,200 - 7,500 บาทต่อเดือน — ขึ้นกับการปัดเศษและเงื่อนไขจริง
- ถ้าดาวน์ต่ำกว่านี้ ค่างวดจะสูงขึ้น; ถ้าดอกสูงกว่านี้ ค่างวดก็จะขยับตาม
ทำไมคนละคนถึงได้ค่างวดไม่เท่ากัน
- คะแนนเครดิตและนโยบายของแต่ละไฟแนนซ์ทำให้ได้ดอกหรือวงเงินไม่เหมือนกัน
- รถมือสองอาจมีอายุรถและมูลค่าซากส่งผลต่อเงื่อนไขอนุมัติ
- ค่าประกัน ค่าจัด และค่าอื่นที่แยกจากยอดกู้ไม่ได้รวมในตัวเลขค่างวดในเครื่องมือนี้
คำถามที่พบบ่อย
- รายได้ขั้นต่ำประมาณเท่าไหร่ถึงเหมาะกับค่างวด ~7,000 บาท?
- แนวทางทั่วไปคือให้ค่างวดรถไม่กินสัดส่วนรายได้มากเกินไป (หลายคนใช้กรอบคร่าว ๆ ไม่เกินประมาณ 30-40% ของรายได้สุทธิ) — ตัวเลขจริงขึ้นกับหนี้อื่นและค่าครองชีพ
- ดอก Flat กับลดต้นลดดอกต่างกันยังไง ทำไมค่างวดไม่เท่า?
- Flat มักใช้พูดง่ายในป้ายโปร แต่สัญญาจริงหลายฉบับคิดแบบลดต้นลดดอก — ใช้เครื่องมือนี้เพื่อเทียบแนวทาง แล้วยืนยันกับเอกสารจากไฟแนนซ์