เวลาคนไทยพูดถึงค่างวดสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล หรือสินเชื่อรถ มักได้ยินคำว่า “ลดต้นลดดอก” อยู่เสมอ แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่ามันต่างจากการคิดดอกแบบง่ายหรือแบบ Flat อย่างไรในทางปฏิบัติ
หลักคิดของดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกคือ ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยจาก “เงินต้นคงเหลือ” ในแต่ละงวด ไม่ได้คิดจากยอดกู้เดิมทั้งสัญญา ดังนั้นเมื่อคุณทยอยจ่ายเงินต้นลง ยอดดอกเบี้ยของงวดถัด ๆ ไปก็มักจะค่อย ๆ ลดลงตาม
แนวคิดพื้นฐานของดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
สมมติว่าคุณกู้ 1,000,000 บาท ระยะเวลา 20 ปี ธนาคารจะคำนวณค่างวดรายเดือนให้พอครอบคลุมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในแต่ละเดือน โดยส่วนดอกเบี้ยของงวดแรกจะคำนวณจากยอดหนี้คงเหลือเต็มจำนวน
เมื่อคุณจ่ายงวดแรก ส่วนหนึ่งของเงินจะไปตัดดอกเบี้ย อีกส่วนหนึ่งจะไปลดเงินต้น พอเข้าเดือนถัดไป เงินต้นคงเหลือจึงต่ำลง และดอกเบี้ยของเดือนนั้นก็จะถูกคำนวณจากยอดคงเหลือใหม่ที่น้อยกว่าเดิม
นี่คือเหตุผลที่งวดแรก ๆ มักเห็นว่าเงินจำนวนมากไปอยู่ในช่อง “ดอกเบี้ย” มากกว่า “เงินต้น” และค่อย ๆ เปลี่ยนสัดส่วนเมื่อเวลาผ่านไป
- ดอกเบี้ยคำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือ ไม่ใช่ยอดกู้เริ่มต้นตลอดสัญญา
- สัดส่วนดอกเบี้ยจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเงินต้นคงเหลือลดลง
- ถ้าอัตราดอกเบี้ยเป็น 0% ค่างวดจะเหลือเพียงเงินต้นหารจำนวนงวด
ค่างวดรายเดือนคำนวณอย่างไร
ในเชิงคณิตศาสตร์ ค่างวดของสินเชื่อแบบลดต้นลดดอกมักใช้สูตรค่างวดคงที่ (amortizing payment) ที่แปลงอัตราดอกเบี้ยต่อปีให้เป็นอัตราต่อเดือน แล้วกระจายภาระให้จบภายในจำนวนเดือนที่ระบุไว้
แม้สูตรจะดูซับซ้อน แต่ประโยชน์ในทางใช้งานคือ คุณสามารถกดเปรียบเทียบได้ทันทีว่า การเพิ่มเงินดาวน์ การลดอัตราดอก หรือการยืดระยะเวลากู้ จะทำให้ค่างวดต่อเดือนและดอกรวมทั้งสัญญาเปลี่ยนไปอย่างไร
บน ThaiCalPro ตัวเลขรายเดือนใช้ตรรกะเดียวกับการคำนวณค่างวดมาตรฐาน และตารางผ่อนจะโชว์ว่าทุกงวดแบ่งเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยเท่าใด
ทำไมงวดแรก ๆ ถึงรู้สึกว่า “จ่ายแต่ดอก”
เหตุผลไม่ใช่ว่าธนาคารคิดดอกแพงเป็นพิเศษในช่วงแรก แต่เป็นเพราะฐานเงินต้นยังสูงที่สุด ยิ่งยอดกู้มากและระยะเวลากู้ยาว สัดส่วนดอกเบี้ยในช่วงต้นสัญญาก็ยิ่งเห็นชัด
ตัวอย่างเช่น สินเชื่อบ้านที่กู้ยาว 25-30 ปี ต่อให้อัตราดอกเบี้ยไม่สูงมาก งวดต้น ๆ ก็ยังอาจมีสัดส่วนดอกเบี้ยมากกว่าสินเชื่อระยะสั้น เพราะยอดเงินต้นคงเหลือและจำนวนเดือนที่ต้องเฉลี่ยยังมีมาก
เมื่อผ่านไปหลายงวด เงินต้นจะถูกตัดลงเรื่อย ๆ สัดส่วนเงินต้นต่อค่างวดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้เห็นว่าหนี้ลดลงเร็วขึ้นในช่วงท้ายของสัญญา
ทำไมใบเสนอจากธนาคารอาจไม่ตรงกับเครื่องคำนวณเป๊ะ
แม้ใช้หลักการเดียวกัน แต่ตัวเลขจากธนาคารอาจต่างจากเครื่องคำนวณเล็กน้อย เพราะมีเรื่องการปัดเศษ วิธีนับวันจริงในรอบดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือโปรโมชันอัตราพิเศษช่วงต้นสัญญาเข้ามาเกี่ยวข้อง
ในสินเชื่อบ้าน บางธนาคารใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก แล้วลอยตัวหลังจากนั้น ขณะที่เครื่องคำนวณทั่วไปมักใช้สมมติฐานอัตราคงที่เดียวตลอดสัญญาเพื่อให้เห็นภาพรวมเบื้องต้น
ดังนั้น บทบาทของเครื่องคำนวณคือช่วยวางแผนและเปรียบเทียบหลายสมมติฐานอย่างเป็นระบบ ส่วนตัวเลขสุดท้ายที่ใช้ลงนามสัญญาควรยึดตามตารางผ่อนและเงื่อนไขจากผู้ให้กู้
- อัตราดอกเบี้ยจริงอาจเป็นแบบขั้นบันไดหรือแบบลอยตัว
- ค่าธรรมเนียมและประกันบางอย่างอาจไม่ได้รวมในเงินต้นกู้
- แต่ละสถาบันอาจมีวิธีปัดเศษและตัดชำระต่างกันเล็กน้อย
ควรใช้บทความนี้คู่กับเครื่องมือไหน
ถ้าคุณมีเพียงยอดกู้ ดอกเบี้ย และจำนวนงวด ให้เริ่มที่เครื่องคำนวณสินเชื่อทั่วไปเพื่อดูค่างวดรายเดือนและตารางผ่อนแบบละเอียด
ถ้าคุณเริ่มจากราคาบ้านและเงินดาวน์ ใช้เครื่องคำนวณผ่อนบ้าน ส่วนถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อรถ ให้เปิดบทความนี้คู่กับเครื่องคำนวณผ่อนรถเพื่อดูความต่างของยอดจัดและระยะเวลา
คำถามที่พบบ่อย
- ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกดีกว่า Flat เสมอหรือไม่
- ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะตอบได้ด้วยคำเดียว แต่ในเชิงการเปรียบเทียบต้นทุนจริง ดอกแบบลดต้นลดดอกทำให้เห็นผลของการจ่ายเงินต้นลงชัดเจนกว่า และมักเหมาะกับการเทียบสินเชื่อจริงมากกว่าการดูเพียงอัตราโฆษณาแบบง่าย
- ถ้าปิดหนี้เร็ว ดอกเบี้ยจะลดลงหรือไม่
- โดยหลักแล้ว เมื่อเงินต้นคงเหลือลดลงเร็ว ดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ลดลงตาม แต่ค่าใช้จ่ายในการปิดบัญชีจริงขึ้นกับเงื่อนไขสัญญา เช่น สินเชื่อบ้านบางกรณีอาจมีค่าปรับปิดก่อนกำหนดในช่วงแรกของสัญญา
- เครื่องคำนวณใช้แทนใบเสนอของธนาคารได้ไหม
- ไม่ได้ เครื่องคำนวณเหมาะสำหรับการวางแผนและเปรียบเทียบสมมติฐาน ส่วนการตัดสินใจสุดท้ายควรดูตารางผ่อน อัตราดอกเบี้ยจริง และค่าธรรมเนียมจากผู้ให้กู้โดยตรง
หมายเหตุด้านวิธีการ
ตัวอย่างเชิงตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงหลักการ amortization แบบลดต้นลดดอกเดียวกับเครื่องคำนวณของเว็บไซต์ โดยไม่ได้แทนที่วิธีคำนวณเฉพาะของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง
แหล่งอ้างอิง
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาและการวางแผนเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือเอกสารเสนอสินเชื่ออย่างเป็นทางการ